ข่าวประชาสัมพันธ์ ความรู้ หมอโรคกระดูกและข้อ | น.พ.สุนทร ศรีสุวรรณ์

พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ หรือ โรครองช้ำ

16 ก.พ. 2567 10:18 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กลุ่มอาการปวดส้นเท้าอย่างรุนแรงในตอนเช้า โดยเฉพาะหลังจากเมื่อลุกเดินก้าวแรกๆ ในแต่ละวัน บางรายอาจจะเจ็บมาก จนไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ และอาจมีอาการปวดต่อเนื่องได้หลายนาที  หากท่านใดที่มีอาการตรงตามที่กล่าวมาข้างต้น แสดงว่าท่านเป็นโรค “พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ” หรือเรียกอีกชื่อที่รู้จักกันทั่วไป คือ “โรครองช้ำ”

สาเหตุของการเกิดโรค :  ลักษณะโดยปกติทั่วไปของเท้า จะมีพังผืดที่บริเวณส้นเท้า โดยพังผืดนี้จะยึดตั้งแต่บริเวณส้นเท้าและแผ่กระจายตัวเพื่อยึดกับกระดูกฝ่าเท้าด้านหน้าของทุกนิ้ว ซึ่งพังผืดมีหน้าที่สำคัญในการรับแรงกระแทกในขณะที่กำลังใช้งานเท้าอยู่ พังผืดที่เท้ายังเป็นโครงสร้างที่สำคัญทำให้เกิดส่วนโค้งของอุ้งเท้าอีกด้วย โดยจุดเกาะของพังผืดจะเริ่มต้นจากส้นเท้าและแผ่ขยายไปยังด้านหน้าของทุกนิ้ว ทำหน้าที่ในการรับแรงกระแทกเวลาเดินลงน้ำหนัก  …..

โรครองช้ำ

วิธีสังเกต "ยาสเตียรอยด์" ภัยร้าย!! ที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

8 พฤศจิกายน 2566 09:40 น. โดย : สยามรัฐออนไลน์

จริงๆ แล้ว ยาสเตียรอยด์  เป็นยาที่มีคุณและประโยชน์มากมาย แค่ควรใช้ยาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่เหมาะสมเท่านั้น  ในผู้ป่วยบางรายและบางโรคก็มีความจำเป็นต้องทานยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน  จึงขอแนะนำให้ทำการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันในด้าน โรคกระดูกและข้อ มีการนำยาสเตียรอยด์มาใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยหวังผลให้คนไข้ หายปวดได้ดีและเร็วขึ้น เพื่อให้คนไข้สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ และทำให้ผู้ป่วย นิยมกลับมาใช้ยา กลุ่มนี้ซ้ำด้วยตัวเอง เมื่อมีอาการปวด ตามกล้ามเนื้อ , กระดูกและข้อ โดยที่คนไข้คาดไม่ถึงว่าการใช้ยาสเตียรอยด์ เช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดผลเสียที่รุนแรงต่อร่างกายจากการรับสารสเตียรอยด์กึ่งสังเคราะห์โดยไม่จำเป็น

ในรายการ "สุขภาพดี 4 ทุ่ม" 30 พ.ย.66 ทาง FM100.5 ดำเนินรายการโดย อรวรรณ เผือกไธสง และ ศิริพร กิจประกอบ

”ภัยมืด” เก๊าท์กัดกินกระดูก! อันตรายที่มองไม่เห็น

วันที่ 5 ต.ค. 2566 10:15 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

โรคเก๊าท์  เป็นหนึ่งในโรคข้อที่พบบ่อย โดยเฉพาะในผู้ชาย อายุ 30 ปีขึ้นไป และในผู้หญิง โดยเฉพาะในวัยหมดประจำเดือน สาเหตุของโรคเก๊าท์ เกิดจากการมีปริมาณกรดยูริคในเลือดเข้มข้นสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน เกิดเป็นผลึกสะสมในข้อ หรือเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อ กระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบปวดบวมข้ออย่างรุนแรง ในผู้ป่วยบางรายอาจพบมีอาการไข้ร่วมด้วย อาการอักเสบจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เกิดได้กับทุกข้อ โดยส่วนมาก มักตรวจพบที่ โคนกระดูกนิ้วโป้งเท้า ข้อเท้า ข้อเข่า และข้อศอก